Ratio Spread

Ratio Spread

Ratio Spread คือกลยุทธ์ Options ที่ประกอบด้วย การซื้อและขาย Option ประเภทเดียวกัน (Call หรือ Put) แต่จำนวนสัญญาไม่เท่ากัน เช่น Buy 1 / Sell 2
จุดเด่นคือการใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง พร้อมสร้าง “กรอบ” หรือ “โซนทำกำไรสูงสุด” ในบางกรณี


โครงสร้างของกลยุทธ์

  • ประเภท Call: Buy 1 ITM Call + Sell 2 OTM Call → มุมมองขาขึ้นแบบมีขอบเขต
  • ประเภท Put: Buy 1 ITM Put + Sell 2 OTM Put → มุมมองขาลงแบบมีขอบเขต

หาก Strike และ Premium จัดสมดุลดี → อาจเป็น Credit Spread, Debit Spread หรือ Zero-Cost ก็ได้


เป้าหมายของกลยุทธ์

  • สร้าง “จุดทำกำไรสูงสุด” ที่ราคาสิ้นสุดใกล้ Strike ของ Option ที่ขาย
  • ใช้ต้นทุนต่ำ หรือแม้กระทั่งได้ Net Credit
  • ขาดทุนได้หากราคาทะลุ Strike ที่ขายไปแรงมาก

การวิเคราะห์ Greek

  • Delta: บวกหรือลบตามทิศทาง (Call/Put)
  • Theta: บวกหาก Net Credit / ลบหาก Net Debit
  • Gamma: สูงเมื่อราคาใกล้ Strike ที่ขาย → ต้องบริหารความเสี่ยง
  • Vega: เสี่ยงถ้า IV เพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะฝั่งที่ขายมากกว่า)

ตัวอย่าง Ratio Call Spread

สถานการณ์: หุ้น XYZ อยู่ที่ $100

  • Buy 1 Call @ Strike 95 ราคา $7
  • Sell 2 Call @ Strike 105 ราคา $3.5 x 2 = $7

Net Cost = $0 (Zero-Cost)

  • หากราคาปิดที่ $105 → กำไรสูงสุด ≈ $10
  • หากราคาขึ้นเกิน $105 → กำไรลดลง และเริ่มขาดทุนหากทะลุ $115
  • หากราคาต่ำกว่า $95 → ขาดทุน = 0 (ไม่มีต้นทุน)

จุดเด่นและข้อควรระวัง

ข้อดี:

  • สร้างจุดทำกำไรแบบมีทิศทางและใช้ต้นทุนน้อย
  • สามารถออกแบบให้เป็น Zero-Cost ได้
  • เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ราคาจะ “ถึงแต่ไม่ทะลุแรง”

ข้อเสีย:

  • หากราคาทะลุแรงเกินไป → อาจขาดทุนหนัก (Gamma Risk)
  • ต้องบริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยเฉพาะใกล้วันหมดอายุ
  • มีโอกาสถูก Assign ได้หากใช้ Call ที่ใกล้หมดอายุ

เทคนิคการใช้งาน

  • ควรใช้กับสินทรัพย์ที่มี IV ต่ำหรือคงที่
  • ใช้กับช่วงเวลาก่อนข่าวหรือสภาวะ Sideway ในระยะกลาง
  • ใช้ Long Option ที่มี Delta สูงพอ → ให้กรอบความปลอดภัยจากขาที่ขาย

สรุป

Ratio Spread เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังเมื่อใช้อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในตลาดที่เคลื่อนไหวแบบมีทิศทางแต่ไม่รุนแรง
เหมาะกับนักเทรดที่มีทักษะบริหาร Position และเข้าใจพฤติกรรมของ Greek ได้อย่างลึกซึ้ง