Adjust position

การปรับกลยุทธ์ Short Call: Roll, Bear Call Spread และ Short Straddle

Short Call เป็นกลยุทธ์ที่มี Max Profit จำกัด แต่ Max Loss ไม่จำกัด หากราคาหุ้นพุ่งขึ้นแรง
ดังนั้นเมื่อตลาดเคลื่อนไหวผิดทาง เราจำเป็นต้อง “ปรับกลยุทธ์” เพื่อบริหารความเสี่ยง หรือขยายโอกาสสร้างกำไรเพิ่มเติม


📌 ตัวเลือกที่ 1: Roll Short Call ไปเดือนถัดไป

Short Call Roll

เหตุผล:
เมื่อ Option ใกล้หมดอายุ และราคาหุ้นเริ่มพุ่งขึ้นใกล้ Strike → เราไม่อยากปล่อยให้ถูก Assign

ขั้นตอนการทำ:

  1. ซื้อคืน Call เดิม ที่ใกล้หมดอายุ
  2. เปิดขาย Call ใหม่ ที่ Strike เดิม (หรือสูงขึ้น) แต่มีอายุไกลกว่า

ผลลัพธ์:

  • รับ Premium เพิ่มเติมจาก Option ใหม่
  • ขยายเวลาให้ Thesis “ราคาจะไม่ขึ้นไปต่อ” กลับมาเป็นจริง
  • แต่เพิ่ม Break-even ใหม่ (เช่น $107) และยังคง Max Loss ไม่จำกัด

📌 ตัวเลือกที่ 2: ปรับเป็น Bear Call Spread

Short Call Adjust to Bear Call Spread

เหตุผล:
เมื่อเริ่มเห็นแนวโน้มว่าราคาหุ้นอาจ Breakout ขึ้นต่อ → ต้องการ จำกัดความเสี่ยง

ขั้นตอนการทำ:

  1. ถือ Short Call ที่ Strike ล่าง (เช่น $100)
  2. เปิด Long Call ที่ Strike สูงกว่า (เช่น $110)

ผลลัพธ์:

  • กลายเป็น Bear Call Spread (Credit Spread)
  • จำกัด Max Loss (เช่น $700) แทนที่จะไม่จำกัด
  • Max Profit ลดลง (เช่น $300) แต่ความเสี่ยงคุมได้
  • Break-even อาจปรับเป็น $103

📌 ตัวเลือกที่ 3: ปรับเป็น Short Straddle

Short Call Adjust to Short Straddle

เหตุผล:
หากเห็นราคาหุ้นนิ่งอยู่บริเวณ Strike และมี Time Decay ชัดเจน
เราสามารถเพิ่มรายได้จากการขาย Option ฝั่ง Put เพิ่ม

ขั้นตอนการทำ:

  1. ถือ Short Call อยู่แล้ว
  2. เปิด Short Put ที่ Strike เดียวกัน (เช่น $100)

ผลลัพธ์:

  • กลายเป็น Short Straddle → รับ Premium สองฝั่ง
  • Max Profit เพิ่มขึ้น (เช่น $1,000)
  • แต่ ขาดทุนสองทาง หากราคาหุ้นเบี่ยงแรงทั้งขึ้นหรือลง
  • Break-even ซ้ายและขวาถูกขยายออก (เช่น $90 และ $110)

การขาย Call ต้องระวังความเสี่ยงด้านทิศทาง เพราะราคาหุ้นสามารถขึ้นได้ไม่จำกัด
หากจะปรับกลยุทธ์ ควรเน้น “จำกัดความเสี่ยง” เช่น Bear Call Spread หรือใช้กลยุทธ์แบบสองฝั่งอย่าง Short Straddle เฉพาะในภาวะที่ราคานิ่งและ Time Decay เด่นชัด