Premium, Strike Price and Expiration
ส่วนประกอบหลักของ Option
Option จะมีองค์ประกอบสำคัญ 3 อย่างที่ควรรู้ตั้งแต่เริ่มต้น:
1. Premium (พรีเมียม)
Premium คือ ราคาที่ผู้ซื้อ Option ต้องจ่ายให้กับผู้ขาย เพื่อแลกกับ “สิทธิ์” ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงในอนาคตตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
→ เป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายทันที ตั้งแต่ทำสัญญา และ ไม่มีการคืนเงิน ไม่ว่าจะตัดสินใจใช้สิทธิ์หรือไม่ก็ตาม
→ Premium เปรียบเสมือน “ค่าประกัน” ว่าเรามีสิทธิ์พิเศษเหนือคนอื่นในอนาคต
2. Strike Price (ราคาที่ตกลงกันล่วงหน้า)
Strike Price คือ ราคาที่กำหนดไว้ใน Option ซึ่งระบุว่าผู้ซื้อมีสิทธิ์ที่จะ
- ซื้อ (ถ้าเป็น Call Option) หรือ
- ขาย (ถ้าเป็น Put Option)
ในราคานี้โดยไม่สนใจราคาตลาดในขณะนั้น
→ เป็นตัวกำหนดว่า “การใช้สิทธิ์” จะคุ้มค่าหรือไม่ เช่น
- ถ้าราคาตลาดสูงกว่า Strike (ในกรณี Call) จะคุ้มค่า
- ถ้าราคาตลาดต่ำกว่า Strike (ในกรณี Put) จะคุ้มค่าเช่นกัน
3. Expiration Date (วันหมดอายุ)
Expiration Date คือ วันที่ Option หมดอายุ หรือสิทธิ์ที่ซื้อไว้จะสิ้นสุดลงอย่างถาวร
→ หลังวันนี้ไป Option จะไม่มีมูลค่าใด ๆ เหลืออีก
→ ผู้ถือ Option ต้องตัดสินใจว่าจะ “ใช้สิทธิ์” หรือ “ปล่อยหมดอายุ” ก่อนถึงวันดังกล่าว
เข้าใจง่ายๆ ด้วย “ใบจองคอนโด”
คุณซื้อใบจองคอนโด 1 ห้องในราคา 50,000 บาท
มีสิทธิซื้อห้องนี้ในราคา 3,000,000 บาท ภายใน 6 เดือน
- Premium = 50,000 บาท (ราคาใบจอง)
- Strike Price = 3,000,000 บาท (ราคาห้องที่ตกลงไว้)
- Expiration = ภายใน 6 เดือน (ถ้าไม่ซื้อในเวลานี้ สิทธิก็หายไป)
ทำไมต้องเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้?
เพราะทั้งหมดมีผลต่อ “ความคุ้มค่า” ของ Option
- ถ้า Strike Price น้อยกว่า ราคาตลาด → Option นั้นมีค่า
- ถ้าหมดอายุ → Option ไม่มีค่า
- ถ้า Premium แพงเกินไป → ถึงราคาตลาดดี ก็อาจไม่กำไร
เพราะเป็นตัวกำหนดว่า “จะกำไรหรือขาดทุน” ในที่สุด
สรุปเข้าใจง่าย
- Premium คือเงินที่จ่ายเพื่อขอสิทธิ
- Strike Price คือราคาที่จะซื้อหรือขาย
- Expiration คือเส้นตายในการใช้สิทธิ หรือวันที่ option หมดอายุ