Wheel Strategy

Wheel Strategy

กลยุทธ์ Wheel Strategy เป็นหนึ่งในเทคนิคยอดนิยมสำหรับนักเทรดสาย Defensive ที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องจากตลาดออปชั่น โดยใช้การหมุนเวียนระหว่างการ ขาย Cash-Secured Put และ ขาย Covered Call บนหุ้นที่ต้องการถือครอง

พื้นฐานแนวคิดของ Wheel Strategy

Wheel Strategy วางอยู่บนพื้นฐานของการสร้างรายได้จากพรีเมียมของออปชั่น โดยไม่ต้องคาดเดาตลาดว่าขึ้นหรือลง แต่เน้นที่:

  • รับพรีเมียมซ้ำ ๆ
  • ซื้อหุ้นที่ราคาต่ำกว่าตลาด
  • ขายหุ้นที่ราคาสูงกว่าต้นทุน
Wheel Strategy เหมาะกับนักเทรดสาย Conservative ที่ต้องการ “รับพรีเมียมระหว่างรอซื้อหุ้นราคาถูก”

ขั้นตอนของกลยุทธ์ Wheel อย่างละเอียด

ขั้นตอนที่ 1: เริ่มจากการขาย Cash-Secured Put (CSP)

  1. เลือกหุ้นที่คุณต้องการถือในระยะยาว
  2. ขาย Put Option ที่ Strike Price ที่คุณ “ยินดีจะซื้อ” หุ้นนั้น
  3. รอให้สัญญา Option หมดอายุ:
  • ถ้าไม่ถูกใช้สิทธิ์ (ราคาหุ้นสูงกว่า Strike): เก็บพรีเมียม = กำไรทันที
  • ถ้าถูกใช้สิทธิ์ (ราคาหุ้นต่ำกว่า Strike): คุณจะได้หุ้นในราคาที่ต่ำกว่าตลาด + ได้พรีเมียม

ตัวอย่าง

  • ราคาหุ้น A = $50
  • ขาย Put ที่ Strike $48 รับพรีเมียม $2
  • หากหุ้นตกเหลือ $47: คุณต้องซื้อที่ $48 (แต่ถือเป็นต้นทุน $46 เพราะหักพรีเมียมแล้ว)

ขั้นตอนที่ 2: ถือหุ้น → ขาย Covered Call (CC)

เมื่อคุณถือหุ้น 100 หุ้นจากการถูก Assign แล้ว:

  1. ขาย Call Option ที่ Strike ที่คุณ “ยินดีจะขายหุ้น”
  2. รับพรีเมียมล่วงหน้าอีกครั้ง
  3. เมื่อ Option หมดอายุ:
  • ถ้าหุ้นต่ำกว่า Strike: ไม่ถูกใช้สิทธิ์ → ยังถือหุ้น → วนขาย Call ต่อ
  • ถ้าหุ้นสูงกว่า Strike: ถูกบังคับขายหุ้นที่ราคานั้น → ได้พรีเมียม + Capital Gain

ตัวอย่างต่อ

  • คุณได้หุ้นที่ต้นทุน $46
  • ขาย Call ที่ Strike $52 รับพรีเมียม $1.5
  • หุ้นขึ้นถึง $53 → คุณถูกขายหุ้นที่ $52 → กำไร $6.5 ต่อหุ้น (รวมพรีเมียม)

ขั้นตอนที่ 3: กลับไปเริ่มใหม่

หลังจากหุ้นถูกขายออกจากพอร์ต:

  • กลับไปเริ่มที่ Step 1 → ขาย CSP บนหุ้นตัวเดิม หรือเลือกตัวใหม่

นี่คือ “วงล้อ” ที่หมุนไปเรื่อย ๆ ทำให้กลยุทธ์นี้ชื่อว่า Wheel Strategy

สรุปโฟลว์ของกลยุทธ์

เริ่มจากขาย Put → ถ้าไม่ถูกใช้สิทธิ์ = รับพรีเมียม
         ถ้าถูกใช้สิทธิ์ = ได้หุ้น
        ขาย Covered Call → ถ้าไม่ถูกใช้สิทธิ์ = เก็บพรีเมียม
                          → ถ้าถูกใช้สิทธิ์ = ขายหุ้น
         วนกลับไปขาย Put

เหตุผลที่ Wheel Strategy ได้รับความนิยม

ข้อดีของ Wheel Strategy

  • สร้างรายได้จากพรีเมียมทั้งขาขึ้นและขาลง
  • ลดต้นทุนเฉลี่ยของการถือครองหุ้น
  • เป็นกลยุทธ์ที่มีโครงสร้างแน่นอน มีระบบ
  • เหมาะกับตลาด Sideways → ไม่ต้องคาดการณ์ทิศทาง

ข้อควรระวัง

  • ถ้าหุ้นตกหนัก → คุณอาจถือหุ้นติดดอย
  • รายได้จาก Covered Call อาจจำกัดกำไรหากหุ้นวิ่งแรง
  • ต้องมีเงินสดเพียงพอสำหรับกรณีถูก Assign
แนะนำให้เลือกหุ้นที่พื้นฐานดี และยินดีถือระยะยาว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงขาลง

เทคนิคการเลือก Strike / Expiry ที่เหมาะสม

การตั้งค่า CSP

  • เลือก Strike ที่มี Delta ~0.25 ถึง 0.35
  • เลือก Expiry 20-45 วัน
  • พิจารณา IV (ถ้า IV สูง → พรีเมียมดี)

การตั้งค่า Covered Call

  • เลือก Strike ที่สูงกว่าราคาต้นทุน 5–10%
  • เน้นระยะสั้น (7-30 วัน) เพื่อหมุนรอบได้ไว
  • อย่าตั้ง Strike ต่ำเกินไป → จะถูกขายหุ้นเร็วเกิน

ตัวอย่างจริง (Case Study)

เคสกำไร: หุ้น ABC

  • ขาย CSP ที่ Strike $45 รับพรีเมียม $2
  • หุ้นตกมา $44 → ถูก Assign → ได้หุ้นที่ต้นทุน $43
  • ขาย CC ที่ Strike $48 รับพรีเมียม $1.5
  • หุ้นขึ้นไป $50 → ถูกขายออกที่ $48
  • รวมกำไร: $5 (ส่วนต่าง) + $2 + $1.5 = $8.5/หุ้น

เคสขาดทุน: หุ้น XYZ

  • ขาย CSP ที่ Strike $60 รับพรีเมียม $1.5
  • หุ้นตกเหลือ $50 → ถูก Assign → ติดดอย
  • ขาย CC ไม่ได้เพราะราคาหุ้นต่ำเกิน → ต้องถือรอขาขึ้น

เครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์

  • Delta, IV, OI, Volume: ใช้ในการเลือก Strike ที่เหมาะสม
  • Option Calculator: คำนวณ Break-even
  • Payoff Diagram Tool: ดูกราฟความเสี่ยงของแต่ละรอบ

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • เริ่มจากหุ้นพื้นฐานดีที่คุณเข้าใจ
  • ตั้ง Strike ให้มี “ความปลอดภัย” เผื่อการปรับฐาน
  • บริหาร Position Size ให้สัมพันธ์กับเงินสดในพอร์ต
  • ใช้กลยุทธ์นี้ร่วมกับกลยุทธ์อื่นได้ เช่น CSP + Put Credit Spread

สรุป

Wheel Strategy เป็นการขายออปชั่นทั้ง 2 ฝั่งแบบมีระบบ

เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ “ถือหุ้นดีในราคาที่เหมาะสม” และสร้างรายได้แบบสม่ำเสมอ

จุดสำคัญคือการเลือก Strike และการบริหารพอร์ตอย่างรอบคอบ

ถ้าใช้ดีจะได้ทั้งกระแสเงินสดและกำไรจากราคาหุ้น