Chapter 5 - Light Exotics
บทนี้สำรวจอนุพันธ์ตราสารทุน Exotic ในระดับเริ่มต้น (Light Exotics) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลตอบแทน, ลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง, หรือเปิดสถานะความสัมพันธ์ (Correlation) ที่ซับซ้อน.
5.1 Barrier Options: Options มีเงื่อนไข (Knock In/Out)
Barrier Options เป็นอนุพันธ์ Exotic ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากถูกใช้มากใน Structured Products และเป็นเครื่องมือในการซื้อ Protection ราคาถูก โดย Payoff ของมันขึ้นอยู่กับว่าราคา Spot ได้ไป ชน (Hit) ระดับราคา Barrier ที่กำหนดหรือไม่.
5.1.1 คุณสมบัติและประเภทหลัก
- Options แบบ European: Barrier Options มักเป็น European Options เสมอ (หากเป็น American Option ราคาจะคล้ายกับ Vanilla Option มากเพราะสามารถใช้สิทธิ์ก่อนชน Barrier ได้ ) และซื้อขายแบบ OTC.
- ความซับซ้อนของ Delta: การ Hedging Barrier Option มีความเสี่ยงสูง เพราะ Delta ใกล้ Barrier อาจสูงกว่า .
- 3 ตัวแปรหลัก: Barrier Option มี 8 ประเภท (2x2x2) ตามการรวมกันของ 3 ตัวแปร:
- Down/Up: ทิศทางของ Barrier (ต่ำกว่า Spot หรือสูงกว่า Spot).
- Knock In (KI) / Knock Out (KO): Option จะเริ่มมีผล (Knock In) หรือหมดอายุ (Knock Out) เมื่อ Barrier ถูกแตะ.
- Call/Put: ประเภทของ Payoff.
- 4 ประเภทที่ซื้อขายมากที่สุด:
| ประเภท Barrier | Payoff และเงื่อนไข | ความนิยม / การใช้งาน |
|---|---|---|
| Knock-In Put (KI Put) | ได้ Payoff ของ Put ก็ต่อเมื่อ ราคาแตะ Down Barrier. | นิยมที่สุด มักถูก ขาย เพื่อ Hedging Autocallables (ให้ Premium สูง). |
| Knock-Out Put (KO Put) | ได้ Payoff ของ Put จนกว่า ราคาจะแตะ Down Barrier (แล้ว Option กลายเป็นศูนย์). | ใช้ซื้อ Protection ราคาถูก (เพราะ Put มีราคาถูกลงมาก). |
| Knock-Out Call (KO Call) | ได้ Upside ของ Call จนกว่า ราคาจะแตะ Up Barrier. | ใช้ Long Upside ราคาถูก (จำกัดกำไร). |
| Knock-In Call (KI Call) | ได้ Payoff ของ Call ก็ต่อเมื่อ ราคาแตะ Up Barrier. | นิยมน้อยที่สุด มักมีราคาสูงคล้าย Vanilla Call. |
5.1.2 ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์และพฤติกรรมราคา
- แก่น: Option Knock-In (KI) มีราคาสูง (visually expensive) เพราะเท่ากับราคา Vanilla ลบด้วย Option Knock-Out (KO) ที่มีราคาถูก (visually cheap).
พฤติกรรมราคา KO Put (Warning):
- KO Put มี Payoff เป็นรูป “Shark Fin” ที่เท่ากับศูนย์ ณ ระดับ Barrier.
- ความเสี่ยงแฝง: หากราคา Spot เข้าใกล้ Barrier (แต่ยังไม่ชน) Delta ของ KO Put อาจเป็นบวก (ไม่ใช่ลบ).
- ผลกระทบ: การใช้ KO Put เพื่อ Protection อาจเพิ่ม Equity Sensitivity ในทิศทางที่ไม่ต้องการ.
[สื่อสารอย่างง่าย: KO Put - ประกันที่มีเงื่อนไข] KO Put เหมือนคุณซื้อประกันรถยนต์ แต่มีเงื่อนไขว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุรุนแรงเกินกว่าความเสียหาย ประกันจะถือเป็นโมฆะทันที คุณได้ประกันที่ถูกลงมาก แต่ถ้าตลาดดิ่งแรงเกินไป (ชน Barrier) Option จะหมดอายุและไม่ให้การป้องกันใดๆ
- การชดเชย (Rebate): Barrier Options บางตัวมีการจ่าย Rebate ให้กับผู้ซื้อหาก Barrier ถูกแตะ เพื่อชดเชยการที่ Option กลายเป็นศูนย์.
5.2 Worst-of/Best-of Options: การซื้อขายตะกร้าสินทรัพย์และ Correlation
เป็น Option บนตะกร้าสินทรัพย์หลายตัว (มักมี ถึง ตัว) โดย Payoff อ้างอิงจากผลการดำเนินงานที่ แย่ที่สุด (Worst-of) หรือ ดีที่สุด (Best-of) ของสินทรัพย์ในตะกร้า. อนุพันธ์เหล่านี้มีความสำคัญต่อการซื้อขาย Implied Correlation.
5.2.1 ประเภทหลักและ Payoff
| Option | Payoff อ้างอิง | Exposure ต่อ Correlation | Flow และความนิยม |
|---|---|---|---|
| Worst-of Call | Long Correlation | นิยมซื้อ (Popular to Buy) เพราะมีราคา ถูกมาก (ถูกกว่า Call บนสินทรัพย์รายตัว). | |
| Worst-of Put | Short Correlation | นิยมขาย (Popular to Sell) โดย Structured Products เพราะมีราคา แพงมาก. | |
| Best-of Call | Short Correlation | หายาก และแพง. | |
| Best-of Put | Long Correlation | นิยมน้อย. |
5.2.2 กลไกการซื้อขาย Correlation
- Worst-of Call (Long ): เมื่อ Correlation เพิ่มขึ้นจนเป็น Option นี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจนเท่ากับ Call บนสินทรัพย์เดี่ยว. เมื่อ Correlation ต่ำลง Worst-of Call จะมีมูลค่าน้อยลงมาก (เป็น ที่ ).
- Worst-of Put (Short ): เมื่อ Correlation เพิ่มขึ้น Payoff จะลดลงจนเท่ากับ Put บนสินทรัพย์ที่มี Put ที่มีมูลค่าสูงสุด.
- อุปสงค์ต่อตลาด: Flow จาก Worst-of/Best-of Option (Long Worst-of Call ถูก และ Short Worst-of Put แพง) มักสร้างแรงกดดันให้ตลาด ซื้อ Implied Correlation (ดันราคาให้สูงขึ้น).
- การ Hedging: มักเลือกใช้สินทรัพย์ที่มี Correlation ต่ำ (เช่น ข้าม Asset Class) เพื่อให้ได้ราคา Option ที่ถูกที่สุด.
5.3 Outperformance Options: การเทรดมูลค่าสัมพัทธ์ (Relative Value)
Outperformance Options เป็น Option บน ผลต่างของผลตอบแทน ระหว่างสองสินทรัพย์ () เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุน Hedge Fund ในการทำ Relative Value Trades.
5.3.1 นิยามและโครงสร้าง
- Payoff: .
- Pricing: Outperformance Option สามารถถูก Pricing ได้ด้วยสูตร Margrabe’s Formula.
- การลดต้นทุน: สามารถลดต้นทุนได้โดยการเพิ่ม Hurdle (อุปสรรค) หรือ Allowable Loss (การยอมรับการขาดทุนขั้นต้น).
5.3.2 Exposure ต่อ Correlation (Key Concept)
- เป็น Short Correlation: Outperformance Option เป็น Short Correlation.
- เหตุผล: หาก Correlation เป็น (สินทรัพย์ และ เคลื่อนไหวเหมือนกัน) Payoff ของ Option นี้จะเข้าใกล้ ศูนย์.
- กลยุทธ์การเทรด: นักลงทุนมัก ซื้อ Outperformance Option (Long Short Correlation) เพื่อ Long Relative Value Trades โดยเน้นสินทรัพย์ที่มี Correlation สูง (เช่น ดัชนีที่ Correlation หรือหุ้นรายตัวใน Sector เดียวกัน).
[สื่อสารอย่างง่าย: Outperformance - การเดิมพันความแตกต่าง] Outperformance Option เหมือนคุณเดิมพันว่า “หุ้น A จะขึ้นแรงกว่าหุ้น B” . หากหุ้น A และ B เคลื่อนไหวคู่กันตลอดเวลา () การเดิมพันนี้ไม่มีมูลค่า (Short ). คุณจ่าย Premium เพื่อซื้อ Option ที่จะทำกำไรเมื่อหุ้น A แซงหน้าหุ้น B เท่านั้น.
5.3.3 Pricing และ Volatility
- Margrabe’s Formula (Volatility Input): Volatility ที่ใช้ในการ Pricing Outperformance Option () ขึ้นอยู่กับ Volatility ของสินทรัพย์ A (), สินทรัพย์ B () และ Correlation ():
- Tip: Outperformance Option มักมีราคา ถูกกว่า Options ATMf บนสินทรัพย์รายตัว.
- Flow: นักลงทุน Hedge Fund ส่วนใหญ่มักเป็น ผู้ซื้อ Outperformance Option.
5.4 Look-Back Options: Options อ้างอิงราคาในอดีต (The Time Traveler Option)
Look-Back Options เป็น Options ที่มีอายุยาว (มักเป็น Multi-Year) ซึ่งใช้ราคา Spot ที่เกิดขึ้นในอดีต (Highest/Lowest) มาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนด Strike หรือ Payout ของสัญญา.
5.4.1 ประเภทที่ 1: Strike Look-Back Options (Strike Reset)
Strike Look-Back Options หรือที่เรียกว่า Strike Reset Options มีกลไกการกำหนดราคา Strike ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอ้างอิงจากราคาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต.
- กลไกการตั้ง Strike:
- สำหรับ Call Option: ราคา Strike จะถูกตั้งไว้ที่ค่า (Highest Value) ของราคา Spot ที่เคยเกิดขึ้นภายในช่วง Look-back เริ่มต้น.
- สำหรับ Put Option: ราคา Strike จะถูกตั้งไว้ที่ค่า (Lowest Value) ของราคา Spot ที่เคยเกิดขึ้นภายในช่วง Look-back เริ่มต้น.
- ช่วง Look-back: ช่วงเวลาเริ่มต้นนี้มักใช้เวลาสั้นๆ เช่น ถึง เดือน.
- วัตถุประสงค์ (การลดต้นทุน): กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ราคา Strike (เช่น Call ได้ Strike ที่ราคาสูงสุดที่เคยมี) ซึ่งเป็นการลดมูลค่าของ Option ลง ทำให้ Option มีราคา เมื่อเทียบกับ Option ที่มี Strike เท่ากัน ณ สิ้นสุดช่วง Look-back.
- ข้อได้เปรียบ: หากตลาดมีการ Range Trading ในช่วงแรก แล้วค่อยเคลื่อนไหวในทิศทางที่ต้องการในภายหลัง (ซึ่ง Option มีอายุยาว เช่น ปี) นักลงทุนจะได้รับ Option ที่มี Strike ใกล้เคียง ATM ในราคาที่ถูกกว่า.
[สื่อสารอย่างง่าย: Strike Reset] ลองนึกภาพคุณซื้อบ้าน (Call Option) และคุณมีเวลา เดือนในการเลือกราคาซื้อ (Strike) แต่ราคาซื้อของคุณจะถูกตั้งไว้ที่ ที่ตลาดเคยเสนอใน เดือนนั้น (เพื่อลดต้นทุนประกัน). นี่คือการยอมรับความเสี่ยงว่าถ้าตลาดขึ้นแรงใน เดือนแรก คุณต้องซื้อในราคาสูง แต่คุณยังได้ประกันราคาในช่วง เดือนที่เหลือ.
5.4.2 ประเภทที่ 2: Payout Look-Back Options
Payout Look-Back Options จะใช้มูลค่า ของราคา Spot ในอดีตมาใช้ในการคำนวณ Payoff.
- กลไก Payout:
- สำหรับ Call Option: Payoff อ้างอิงจาก ที่เคยทำได้ในช่วงอายุสัญญา (สูงสุด ณ วันหมดอายุ หรือ ณ จุดสูงสุดในอดีต).
- สำหรับ Put Option: Payoff อ้างอิงจาก ที่เคยทำได้ในช่วงอายุสัญญา.
- ต้นทุน: Option ประเภทนี้จะมีราคา สูงมาก (More Expensive) กว่า Vanilla Option เพราะมอบผลประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ถือสัญญา.
- การใช้งาน: ใช้ในการ Hedging ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีการรับประกันมูลค่าสูงสุดที่เคยทำได้ (เช่น Variable Annuity ที่มี Guarantees แบบ Ratchet).
5.5 Contingent Premium Options: Options ต้นทุนเริ่มต้นศูนย์ (The “If-and-Only-If” Option)
Contingent Premium Options เป็น Options ที่มี Zero Premium ในตอนเริ่มต้น และผู้ซื้อจะต้องจ่าย Premium ก้อนใหญ่ ที่กำหนดไว้.
5.5.1 นิยามและกลไก
- Zero Upfront Cost: คุณสมบัติหลักคือผู้ซื้อไม่ต้องจ่าย Premium เริ่มต้นใดๆ.
- เงื่อนไขการจ่าย Premium: Premium จะต้องถูกจ่าย ก็ต่อเมื่อ ราคา Spot (มักจะเป็นราคา Strike).
- ขนาดของ Premium: Premium ที่ต้องจ่ายภายหลังนั้น Premium ของ Vanilla Option ปกติ (เพื่อชดเชยการที่ผู้ขายรับความเสี่ยงที่ไม่ได้รับเงินต้นหากเงื่อนไขไม่ถูกแตะ).
- การใช้งานหลัก (Crash Put): รูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Contingent Premium Put ซึ่งใช้เป็น Protection ที่มีต้นทุนเริ่มต้นเป็นศูนย์ (Zero Cost Protection) หรือที่เรียกว่า “Crash Put”.
[สื่อสารอย่างง่าย: ประกันภัยวิกฤต] Contingent Premium Option เหมือนการซื้อ “ประกันวิกฤต” คุณไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันในวันนี้ แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุใหญ่ (ราคาหุ้นดิ่งจนถึง Strike) คุณถูกบังคับให้ต้องจ่ายเบี้ยประกันก้อนใหญ่ทันที แต่คุณก็จะได้ถือ Option ที่เริ่มสร้างกำไรตั้งแต่ตอนนั้น (แม้ว่า Premium ที่จ่ายไปอาจจะทำให้ขาดทุนสุทธิถ้าตลาดไม่ดิ่งลงไปอีก).
5.5.2 ความเสี่ยง
- ความเสี่ยงหลัก: หากตลาดลงไม่ถึงระดับวิกฤต Option ก็หมดอายุไปโดยไม่ต้องจ่าย Premium แต่หากตลาดลงมาแตะเงื่อนไข ผู้ซื้อจะต้องจ่าย Premium ก้อนใหญ่ทันที.
5.6 Composite และ Quanto Options: Options ข้ามสกุลเงิน (FX Risk Management)
อนุพันธ์เหล่านี้ถูกใช้เมื่อสกุลเงินของสินทรัพย์อ้างอิงและสกุลเงินของ Payoff แตกต่างกัน ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) ที่ต้องจัดการ.
5.6.1 Composite Options
Composite Option คือ Options ที่สกุลเงินของ Strike/Payoff () กับสกุลเงินของสินทรัพย์อ้างอิง ().
ความเสี่ยง Volatility ที่เพิ่มขึ้น: ราคาของสินทรัพย์อ้างอิงเมื่อแปลงเป็นสกุลเงิน Payout จะมีความผันผวนสูงขึ้น (เว้นแต่ Correlation เป็นลบมากๆ) เนื่องจากต้องรวมความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX Volatility) เข้าไปด้วย.
สูตร Volatility (Long Correlation): Volatility ที่ใช้ในการ Pricing () ต้องรวม Volatility ของ FX และ Correlation () ระหว่างราคาหุ้นกับ FX.
- Exposure: Composite Option เป็นสถานะ Long Correlation (ระหว่างราคาหุ้นและ FX).
- เหตุผล: หากราคาหุ้นขึ้นและ FX ก็เคลื่อนไหวในทิศทางที่เพิ่มมูลค่า Payout (Correlation เป็นบวก) ผู้ถือ Option จะได้ประโยชน์สูงสุด.
[สื่อสารอย่างง่าย: Composite Option] คุณซื้อหุ้น Apple (สกุลเงิน USD) แต่ต้องการ Option ที่จ่ายเป็นเงินบาท (สกุลเงิน THB) . มูลค่า Option ของคุณจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขึ้นลงของหุ้น Apple เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการแข็งค่า/อ่อนค่าของ USD/THB ด้วย.
5.6.2 Quanto Options
Quanto Option คือ Options ที่ Payoff ถูกชำระด้วย อัตราแลกเปลี่ยน (FX Rate) ที่ถูกตรึงไว้ล่วงหน้า (Fixed).
- ความแตกต่างจาก Composite: เนื่องจาก FX Rate ถูกตรึงไว้ จึง เข้ามาเกี่ยวข้อง.
- Pricing (Carry Adjustment): การ Pricing Quanto Option ใช้ ปกติ แต่ต้องปรับ Carry (Dividend) เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจาก Correlation.
- Exposure ต่อ Correlation (Warning): Quanto Option มี Exposure ต่อ Correlation ผ่านการปรับ Dividend (Carry)
- Quanto Call Option: มักเป็นสถานะ .
- เหตุผล: หาก Correlation เป็นบวก (หุ้นขึ้น FX ขึ้น) Vanilla Call จะมีมูลค่าสูงกว่า Quanto Call (เพราะได้ประโยชน์จาก FX ที่เพิ่มขึ้น) แต่เมื่อ FX ถูกตรึงไว้ใน Quanto Call มูลค่าจึงลดลง.