Chapter 7 - SKEW และ TERM STRUCTURE TRADING การวิเคราะห์พื้นผิวความผันผวน

Chapter 7 - SKEW และ TERM STRUCTURE TRADING การวิเคราะห์พื้นผิวความผันผวน

บทนี้เจาะลึกถึงการวิเคราะห์และซื้อขายความสัมพันธ์ระหว่างสองมิติหลักของพื้นผิวความผันผวน (Volatility Surface): โครงสร้างอายุ (Term Structure) และ ความเบ้ (Skew) ซึ่งเป็นแกนสำคัญในการระบุโอกาสในการซื้อขายที่เกิดจากความไม่สมดุลของตลาด


7.1 Skew และ Term Structure มีความเชื่อมโยงกัน (Skew and Term Structure are Linked)

พื้นผิวความผันผวน (Volatility Surface) เป็นการแสดงผล Implied Volatility ใน 3 มิติ (Strike, Expiry และ Implied Volatility). Term Structure และ Skew คือการมองพื้นผิวนี้ใน 2 มิติที่แตกต่างกันแต่มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง.

7.1.1 ความเข้าใจพื้นฐานของสองมิติ

  • Term Structure (แกนเวลา): คือความแตกต่างของ Implied Volatility สำหรับ Options ที่มี Strike เดียวกัน แต่ Maturity ต่างกัน.
    • พฤติกรรมปกติ: Term Structure มักเป็น Upward Sloping (Vol ยาว > Vol สั้น) โดยเฉลี่ย.
    • พฤติกรรมวิกฤต: Term Structure จะ Inverted (Vol สั้น > Vol ยาว) ในช่วงตลาดตื่นตระหนก.
  • Skew (แกนราคา): คือความแตกต่างของ Implied Volatility สำหรับ Options ที่มี Maturity เดียวกัน แต่ Strike ต่างกัน.
    • พฤติกรรมปกติ: Negative Skew (Smirk): Put OTM (Low Strike) มี Implied Volatility สูงกว่า Call OTM (High Strike).

7.1.2 ความสัมพันธ์ระหว่าง Skew และ Term Structure

Skew และ Term Structure มีความสัมพันธ์เชิงบวก:

  • กลไก Sticky Strike: หากตลาดหุ้นตกและ Implied Volatility เพิ่มขึ้น:
    • Near-Dated Volatility (Vol สั้น) จะเพิ่มขึ้น มากกว่า Far-Dated Volatility (Vol ยาว).
    • เนื่องจาก Near-Dated Volatility มีการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่า จึงส่งผลให้ Skew ระยะสั้นมีค่าสูงกว่า Skew ระยะยาว.
    • ข้อสรุป: การที่ ATM Volatilityระยะสั้นผันผวนสูงกว่า\mathbf{\text{ATM Volatility}} \mathbf{\text{ระยะสั้นผันผวนสูงกว่า}} คือสาเหตุหลักที่ทำให้ Skew ระยะสั้นสูงกว่า\mathbf{\text{Skew ระยะสั้นสูงกว่า}}.
  • กลไกความ “เหนียว” ของ Volatility (Stickiness):
    • Sticky Low Strike: ในภาวะวิกฤต Implied Volatility ของ Options Low Strike (ที่สะท้อนความเสี่ยงสูงสุด) จะถูกตรึงไว้ใกล้ระดับสูงสุดในอดีต (Sticky).
    • ผลลัพธ์: เมื่อ ATM Volatility ลดลง \rightarrow ช่องว่างระหว่าง Low Strike Vol และ ATM Vol กว้างขึ้น \rightarrow Skew เพิ่มขึ้น.
    • ข้อสรุป: การที่ Volatility Low Strike และ Long Maturity มีความ “เหนียว” ทำให้ทั้ง Skew และ Term Structure มีความสัมพันธ์กัน.

7.1.3 ปัจจัยผลักดัน Skew และ Term Structure สำหรับดัชนี

  • ความเสี่ยงด้านเครดิต/ล้มละลาย (Bankruptcy): ความเสี่ยงด้านเครดิตจะผลักดันให้ทั้ง Skew และ Term Structure สูงขึ้น เพราะ:
    • Options Low Strike มีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงเครดิตมากกว่า (ทำให้ Skew สูงขึ้น).
    • Options Long Maturity มีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงเครดิตมากกว่า (ทำให้ Term Structure สูงขึ้น).
  • Implied Correlation Surface: สำหรับดัชนี (Indices) Skew ถูกผลักดันโดย Skew ของ Implied Correlation ด้วย.
    • เหตุผล: ในภาวะวิกฤต Implied Correlation จะเข้าใกล้ 100\mathbf{100}% สำหรับ Options Low Strike (ทุกหุ้นตกพร้อมกัน) ทำให้ Index Skew สูงกว่า Single-Stock Skew\mathbf{\text{Index Skew สูงกว่า Single-Stock Skew}} เสมอ.

7.2 กฎ Square Root of Time ( T\mathbf{\sqrt{T}}) ในการเปรียบเทียบ

กฎ Square Root of Time\mathbf{\text{Square Root of Time}} เป็นมาตรวัดที่สำคัญในการซื้อขาย Volatility เนื่องจากมันสะท้อนสมมติฐานที่ว่าความผันผวนจะ Mean Revert\mathbf{\text{Mean Revert}} และช่วยให้สามารถเปรียบเทียบ Skew และ Term Structure ที่มี Maturity ต่างกันได้อย่างยุติธรรม.

7.2.1 การเคลื่อนไหวของ Volatility และกฎ T\mathbf{\sqrt{T}}

  • สมมติฐาน Mean Reversion: Realised Volatility มักจะกลับสู่ระดับปกติภายในระยะเวลาประมาณ 8\mathbf{8} เดือน.
  • กฎการเคลื่อนไหว: การเคลื่อนไหวของ Implied Volatility ของ Maturity ต่าง ๆ มักเป็นไปตามกฎ T\mathbf{\sqrt{T}} (หรือ Power 0.5\mathbf{\text{Power } 0.5}): Implied vol move for maturity T1/T\text{Implied vol move for maturity } T \propto 1/\sqrt{T}.
    • ความหมาย: การเคลื่อนไหวของ Volatility 3\mathbf{3} เดือน จะเป็น 2\mathbf{2} เท่าของการเคลื่อนไหวของ Volatility 1\mathbf{1} ปี (เพราะ 1/0.25=2\sqrt{1}/\sqrt{0.25} = 2).
  • การ Decay ของ Skew: กฎ T\mathbf{\sqrt{T}} นำไปสู่ข้อสรุปว่า Skew ก็ควรจะ สลายตัว (Decay) ตาม T\mathbf{\sqrt{T}} ด้วย.

7.2.2 การ Normalization เพื่อเปรียบเทียบ

การ Normalization ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบค่า Skew และ Term Structure ที่มี Maturity ต่างกันได้อย่างเป็นมาตรฐาน.

  • Normalization ของ Skew: SkewNormalized=SkewActual×T\text{Skew}_{\text{Normalized}} = \text{Skew}_{\text{Actual}} \times \sqrt{T}.
    • วัตถุประสงค์: หาก Skew ถูก Normalization แล้วมีค่าคงที่ แสดงว่าการสลายตัวของ Skew เป็นไปตามกฎ T\mathbf{\sqrt{T}} จริง. การเปรียบเทียบค่าที่ถูก Normalization แล้วช่วยระบุว่า Skew ของ Maturity ใดมีราคา ถูก/แพง\mathbf{\text{ถูก/แพง}} เกินไป.
  • Normalization ของ Term Structure: สามารถทำได้โดยการคูณ Term Structure (V2 - V1) ด้วยปัจจัยการปรับค่า เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบ Term Structure ช่วงใดๆ กับ Term Structure มาตรฐาน (เช่น 1Y3M1\text{Y}-3\text{M}).

7.3 Term Structure Trading: การซื้อขาย Calendar Spreads

Term Structure Trading มุ่งเน้นการทำกำไรจากความไม่สมดุลในการตั้งราคา Volatility ระหว่าง Options ที่มี Maturity ต่างกัน (Calendar Spread).

7.3.1 Calendar Trades และ Imbalance

  • Calendar Trade: คือการ Long Option หนึ่ง Maturity และ Short Option อีก Maturity (เช่น Long 11 ปี, Short 33 เดือน).
  • Zero P&L (ถ้าเป็น T\mathbf{\sqrt{T}}): หาก Volatility Surface เคลื่อนไหวตามกฎ T\mathbf{\sqrt{T}} (Power 0.50.5) อย่างสมบูรณ์ Calendar Trade จะมีกำไร/ขาดทุนใกล้เคียงศูนย์ (Constant P&L).
  • แหล่งกำไร: โอกาสในการซื้อขายเกิดขึ้นเมื่อ Volatility Surface เคลื่อนไหวด้วย Power ที่ แตกต่างจาก 0.5\mathbf{\text{แตกต่างจาก } 0.5} อย่างมีนัยสำคัญ.
    • Long Calendar (Short Vol สั้น, Long Vol ยาว): ควรทำเมื่อ Volatility เคลื่อนไหวด้วย Power >0.5\mathbf{\text{Power } > 0.5} (Vol สั้นขึ้นมากเกินไป).
    • Short Calendar (Long Vol สั้น, Short Vol ยาว): ควรทำเมื่อ Volatility เคลื่อนไหวด้วย Power <0.5\mathbf{\text{Power } < 0.5} (Vol สั้นขึ้นน้อยเกินไป หรือเคลื่อนไหวแบบ Parallel).

7.3.2 เครื่องมือในการเทรด Term Structure

  • Calendar Spreads (Options): ใช้ Options ธรรมดา (ATM Straddles) ในการทำ Calendar Spread.
  • Forward Starting Variance Swaps (FSVS): เป็นวิธีที่บริสุทธิ์ในการเทรด Forward Volatility เนื่องจาก FSVS มี Zero Gamma/Theta (ไม่มี Exposure ต่อ Volatility ปัจจุบัน).
  • Power Vega: Power Vega\mathbf{\text{Power Vega}} คือ Vega ที่ถูกหารด้วย T\mathbf{\sqrt{T}} (Vega/T\text{Vega}/\sqrt{T}) ซึ่งใช้เป็นมาตรวัดความเสี่ยงที่คำนึงถึงการผันผวนที่สูงกว่าของ Options ระยะสั้น.

7.4 วิธีการวัด Skew และ Smile (Measuring Higher Moments)

Implied Volatility สำหรับ Options ที่มี Maturity เดียวกันแต่ Strike ต่างกัน จะแตกต่างกันเนื่องจาก Skew (ความเบ้) และ Smile/Kurtosis (ความหนาของหางการกระจายตัว). การวัดปรากฏการณ์เหล่านี้ต้องอาศัยการวิเคราะห์ โมเมนต์ (Moments) ที่สูงขึ้นของการกระจายตัวของผลตอบแทน.

7.4.1 โมเมนต์ของการกระจายตัวของผลตอบแทน (Moments of Returns)

โมเมนต์ที่ชื่อคุณสมบัติที่วัดGreek ที่เกี่ยวข้อง
1st MomentForward (Expected Price)ค่าคาดหวังของราคาDelta (δ\delta)
2nd MomentVariance (σ2\sigma^2)ความผันผวนของราคาVega (ν\nu)
3rd MomentSkewความไม่สมมาตร ของการกระจายตัว (Fat Tail ด้านซ้าย)Vanna (ψ\psi)
4th MomentKurtosis / Smileความหนาของหาง (Probability ของ Jumps ทั้งขึ้นและลง)Volga (λ\lambda)
  • Skew (3rd Moment): แสดงถึงความไม่สมมาตรของผลตอบแทน โดย Negative Skew (พบมากในหุ้น) หมายถึงโอกาสของผลตอบแทนเชิงลบที่มีขนาดใหญ่ (Downside Jumps) สูงกว่าผลตอบแทนเชิงบวก.
  • Kurtosis (4th Moment): แสดงถึงความหนาของหางการกระจายตัว (Fat Tails\mathbf{\text{Fat Tails}}) ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสที่จะเกิดการเคลื่อนไหวของราคาที่ ผิดปกติ\mathbf{\text{ผิดปกติ}} (Jumps) ทั้งขาขึ้นและขาลง.

A. Greeks ที่วัดโมเมนต์สูง (Higher Order Greeks)

  1. Vanna (ψ\psi):
    • นิยาม: ψ=VegaSpot\psi = \frac{\partial \text{Vega}}{\partial \text{Spot}} หรือ ψ=DeltaVol\psi = \frac{\partial \text{Delta}}{\partial \text{Vol}}.
    • ความหมาย: Vanna วัด ขนาดของสถานะ Skew ของ Option.
    • พฤติกรรม: มีค่าสูงสุดสำหรับ Options OTM (ประมาณ Δ15\Delta 15%).
  2. Volga (λ\lambda):
    • นิยาม: λ=Vegaσ\lambda = \frac{\partial \text{Vega}}{\partial \sigma} (Vol of Vol Exposure) หรือ Vega Convexity.
    • ความหมาย: Volga วัด ขนาดของสถานะ Smile/Kurtosis ของ Option และทำกำไรจาก Volatility of Volatility.
    • พฤติกรรม: มีค่าสูงสุดสำหรับ Options OTM\mathbf{\text{OTM}} (ประมาณ Δ10\Delta 10%-15%).

[สื่อสารอย่างง่าย: Vanna vs Volga]

  • Vanna (ψ\psi): บอกว่า รูปร่างความเบ้\mathbf{\text{รูปร่างความเบ้}} ของ Option จะเปลี่ยนไปแค่ไหนเมื่อราคาหุ้นเปลี่ยน.
  • Volga (λ\lambda): บอกว่า ความหวังในความผันผวน\mathbf{\text{ความหวังในความผันผวน}} (Vega) ของ Option จะเปลี่ยนไปแค่ไหนเมื่อ Volatility โดยรวมของตลาดเปลี่ยน.

B. วิธีการวัด Skew ที่ดีที่สุด

มี 3 วิธีหลักในการวัด Skew โดยที่วิธีที่ 2 และ 3 ได้รับความนิยมในทางปฏิบัติมากกว่า:

  1. 3rd Moment: ใช้เป็นนิยามของ CBOE Skew Index (ปรับให้เป็นค่าที่เป็นบวก).
  2. Strike Skew: วัดจากความแตกต่างของ Implied Volatility ระหว่างสอง Strike เช่น 90110\mathbf{90 - 110}% Skew.
    • Tip: การวัด Skew ที่ถูกต้องที่สุดคือการวัดในรูปของ ผลต่างสัมบูรณ์ (เช่น 5.05.0%) โดยไม่ควรนำไปหารด้วย ATM Volatility.
  3. Delta Skew: วัดความต่างระหว่าง IV ของ Options ที่มี Delta 25Δ โดยใช้ส่วนประกอบดังนี้
  • ค่า Put 25Δ: Put25Δ\text{Put}_{25\Delta}
  • ค่า Call 25Δ: Call25Δ\text{Call}_{25\Delta}
  • ค่า ATM Delta: ATMΔ\text{ATM}_{\Delta}

Delta Skew คำนวณโดยสูตร

Delta Skew=Put25ΔCall25ΔATMΔ\text{Delta Skew} = \dfrac{\text{Put}_{25\Delta} - \text{Call}_{25\Delta}}{\text{ATM}_{\Delta}}

  • ข้อดีทางทฤษฎี: เป็นมาตรวัดที่บริสุทธิ์ที่สุด (ไม่ขึ้นอยู่กับระดับ Volatility).
  • ข้อเท็จจริง: ในทางปฏิบัติ Delta Skew มีความสัมพันธ์สูงมาก (R293\mathbf{R}^2 \approx 93%) กับ Strike Skew.

7.5 Skew Trading: กลไกของผลกำไร/ขาดทุน

ผลกำไร/ขาดทุนของกลยุทธ์ซื้อขาย Skew ถูกกำหนดโดย พลวัต (Dynamics) ของ Volatility Surface ว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรเมื่อราคา Spot เปลี่ยนไป ซึ่งมี 4 สภาวะในอุดมคติ (Volatility Regimes).

7.5.1 ต้นทุนของ Long Skew (Skew Theta)

  • Long Skew Position: มักทำโดยการ Long OTM Put (IV สูง) และ Short OTM Call (IV ต่ำ).
  • Skew Theta: การ Long Skew มีต้นทุนเสมอ เพราะ Options ที่มี IV สูงจะจ่าย Theta (Time Decay) ต่อหน่วย Gamma สูงกว่า. Skew Theta จึงเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อรักษาสถานะ Long Skew.

7.5.2 4 สภาวะ Volatility Regimes และ P&L

สภาวะเหล่านี้อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น (Spot) และการเปลี่ยนแปลงของ Volatility Surface (Implied Volatility).

สภาวะ Volatilityความสัมพันธ์ Spot-Volการเคลื่อนไหวของ Surface (Fixed Strike)P&L Long Skew
Sticky DeltaPositive ρ\rho (Vol ขึ้นเมื่อหุ้นขึ้น)Surface เคลื่อน สวนทาง กับ Spotขาดทุนมาก\mathbf{\text{ขาดทุนมาก}} (เพราะต้องจ่าย Skew θ\theta และ Vol \uparrow เมื่อหุ้น \uparrow)
Sticky Strikeρ=0\mathbf{\rho = 0}Surface คงที่\mathbf{\text{คงที่}}ขาดทุน\mathbf{\text{ขาดทุน}} (เพราะต้องจ่าย Skew θ\theta เท่านั้น)
Sticky Local VolatilityNegative ρ\rho (Vol ขึ้นเมื่อหุ้นลง)Surface เคลื่อนที่ สวนทาง กับ Spot (Vol \uparrow เมื่อหุ้น \downarrow)Breakeven\mathbf{\text{Breakeven}} (กำไรจาก Re-mark = Skew θ\theta)
Jumpy VolatilityVery Negative ρ\rho (Vol \uparrow \uparrow เมื่อหุ้น \downarrow \downarrow)Surface เคลื่อนไหวรุนแรงเกินกว่า Sticky Local Volทำกำไร\mathbf{\text{ทำกำไร}} (กำไรจาก Re-mark > Skew θ\theta)

A. Sticky Local Volatility (สภาวะ Fair Pricing)

  • แก่น: สภาวะนี้เป็นสภาวะที่ Skew ถูกตั้งราคาอย่างยุติธรรม\mathbf{\text{Skew ถูกตั้งราคาอย่างยุติธรรม}}.
  • ความสัมพันธ์: Black-Scholes Volatility จะมีค่าเท่ากับ ค่าเฉลี่ย\mathbf{\text{ค่าเฉลี่ย}} ของ Local Volatility\mathbf{\text{Local Volatility}}.
  • กลไก Hedging (Trick): ภายใต้สภาวะ Sticky Local Volatility การทำ Long Skew และ Delta Hedging นั้น เทียบเท่ากับการ Long Gamma.

[สื่อสารอย่างง่าย: Long Skew = Long Gamma] ในภาวะปกติ (Sticky Local Vol) เมื่อหุ้น ตก\mathbf{\text{ตก}} Volatility เพิ่มขึ้น\mathbf{\text{เพิ่มขึ้น}}. การ Long Skew Position ของคุณจะถูก Hedging โดย:

  • ซื้อหุ้นเพิ่ม\mathbf{\text{ซื้อหุ้นเพิ่ม}} เมื่อหุ้นตก (เพราะ Δ\Delta ของ Put OTM เพิ่มขึ้น).
  • ขายหุ้นออก\mathbf{\text{ขายหุ้นออก}} เมื่อหุ้นขึ้น. การกระทำนี้คือการ “ซื้อต่ำขายสูง” (Long Gamma) ซึ่งทำให้กำไรจากความผันผวน (γ\gamma Scalping) ชดเชยต้นทุน ของการซื้อ Skew (Skew θ\text{Skew } \theta) ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้สถานะ Breakeven\mathbf{\text{Breakeven}}.

7.5.3 ข้อสรุปการซื้อขาย (Critical Tip)

  • โอกาสทำกำไร: Long Skew จะทำกำไรได้ก็ต่อเมื่อตลาดเข้าสู่สภาวะ Jumpy Volatility เท่านั้น.
  • คำแนะนำ: เนื่องจาก Skew มักถูกตั้งราคาสูงเกินไป (Overpriced) กลยุทธ์ Short Skew (เช่น Call Overwriting) จึงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าโดยเฉลี่ย.